วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อินทผาลัม

“ท่านศาสดามูฮำหมัด ซอลลัลลอฮูอาลัยฮิวาซัลลัม ละศีลอดดัวยอินทผาลัมสด 2-3 เม็ด ก่อนที่ท่านจะไปละหมาด ถ้าไม่มีอินทผาลัมสด ท่านก็รับประทานอินทผาลัมแห้ง แต่ถ้าไม่มีอินทผาลัมแห้ง ท่านจะดื่มน้ำ 2-3 อึก แทน”
รายงานฮาดิษข้าง ต้นนี้ ถือเป็นแบบอย่างที่พี่น้องมุสลิมผู้ศรัทธาต่างยึดถือและปฏิบัติกันมาตลอด กว่า 1,400 ปี อินทผาลัมจึงได้ถูกเปรียบเสมือนผลไม้ที่ต้องอยู่คู่กับมุสลิมและทำให้ อินทผาลัมเป็นผลไม้ที่มีผู้บริโภคมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ปัจจุบันอินทผาลัมไม่ได้ถูกบริโภคเฉพาะในเดือนรอมฎอนสำหรับมุสลิมเท่านั้น แต่อินทผาลัมได้กลายเป็นผลไม้ยอดฮิตของประชาคมโลกตลอดทุกฤดูกาล จนทำให้หลายประเทศในตะวันออกกลางได้จัดให้อินทผาลัมเป็นสินค้าส่งออกที่ สร้างรายได้ให้กับประเทศนั้น ได้อย่างมหาศาล
มีการค้นหาเหตุผลกันในหมู่ นักวิชาการทั้งด้านศาสนาและด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่าทำไม อินทผาลัมถึงเป็นผลไม้ที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์อัลกุรอาน และฮาดิษต่างๆ จำนวนมาก แล้วในที่สุดผลการวิเคราะห์วิจัย ต่างก็ลงความเห็นพ้องต้องกันว่า อินทผาลัมนั้นมีคุณประโยชน์มากมายในหลายๆ ด้าน ถึงขนาดว่าถ้าจะเรียกว่าอินทผาลัมนั้นเป็นผลไม้ที่มีความมหัศจรรย์ที่สุดก็ ว่าได้
อินทผาลัม เป็นผลไม้เมืองร้อน มีถิ่นกำเนิดแถบทะเลทรายในตะวันออกกลาง อินทผาลัมเป็นพืชประเภทปาล์มชนิด Phoerise  daetylisera Linn อยู่ในกลุ่ม Plame ที่ผลทานได้ จากหลังฐานที่ปรากฏมีมาแล้วหลายพันปี เป็นพืชที่มีใบเขียวตลอดทั้งปี เริ่มให้ผลครั้งแรกเมื่ออายุ 5 – 7 ปี และมีอายุยืนยาวถึงกว่า 100 ปี อินทผาลัมมีหลายพันธ์ เช่นเดียวกับผลไม้ชนิดอื่นๆ ในแต่ละปีจะให้ผลเฉลี่ยประมาณ 7,000 – 8,000 ลูกต่อปี หรือ ประมาณ 100 – 150 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดและความสมบูรณ์ของต้น ผลของอินทผาลัมสุกสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปี ณ อุณหภูมิคงที่ 8 องศาเซลเซียส และถ้านำมาแปรรูปโดยการผึ่งแดด 7 – 10 วัน จนผลแห้ง สามารถเก็บไว้ได้นานนับปีๆ ถึงหลายปีเลยทีเดียว  นอกจากนั้นยังสามารถนำไปกวนและนำไปแช่อิ่ม และทำเป็นขนมในรูปแบบต่างๆ ได้อีกมากมายรวมถึงทำเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหอมหวานนุ่มนวล ที่เรียกกันว่า “อินทผาลัม เชค”  (Date Shakes) ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในประเทศแถบยุโรป และ อเมริกา
สำหรับชาวอาหรับ ซึ่งเป็นแหล่งต้นกำเนิดของอินทผาลัม เรียกว่า อันนัคลุ้ หรือ อันนะคีล เหตุที่เรียกอินทผาลัมว่า อันนะคีล เพราะมีรากศัพท์มาจากคำว่า “นัคลฺ” ซึ่งหมายความถึงคัดเลือก กลั่นกรอง เพราะอินทผาลัมถือเป็นพืชยืนต้นที่มีเกียรติที่สุดในบรรดาพืชยืนต้นด้วยกัน และที่สำคัญ อินทผาลัมได้ถูกระบุอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอานไว้ รวมถึง 20 แห่งด้วยกัน
การเรียกขานอินทผาลัมของชาวอาหรับ จะเรียกแตกต่างกันไป คือ เมื่ออยู่ในช่วงก่อนสุก จะเรียกว่า “อัลบะละฮฺ” เมื่อเริ่มมีสี จะเรียกว่า “อัลบุสรุ้” พอเริ่มสุกก็จะเรียกว่า “อัรรุฎ่อบุ้” และเมื่อผลแห้งอย่างที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไปก็จะถูกเรียกว่า “ตัมรฺ” ในแต่ละสภาพของผลอินทผาลัมตั้งแต่ก่อนสุก เข้าสี สุก จนถึงแห้ง ต่างก็มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ต่างกัน ดังมีปรากฏในอัลฮาดิษซึ่งรายงานโดย อันนะซาวีย์และอิบนุมาญะฮฺ จากท่านหญิง อาอีซะฮฺ (ร.ฎ.) ว่าท่านศาสดามูฮำหมัดซอลลัลลอฮูอาลัยฮิว่าซัลลัม ได้กล่าวว่า “พวกท่านจงกินอินทผาลัมสด กับอินทผาลัมสุกที่แห้ง มีนักการแพทย์มุสลิมให้เหตุผลว่า การที่ท่านศาสดามูฮำหมัด ซอลลัลลอฮูอาลัยฮิว่าซัลลัม ใช้ให้กินอินทผาลัมสดกับอินทผาลัมที่แห้งโดยไม่ใช้ให้กินอินทผาลัมที่เข้าสี กับอินทผาลัมที่แห้ง เป็นเพราะอินทผาลัมสด มีสรรพคุณเป็นของเย็นและแห้ง ส่งอินทผาลัมแห้งมีสรรพคุณ เป็นของร้อนชื้น แต่ละชนิกจะแก้กัน เหมือนกับเวลากินทุเรียนซึ่งเป็นของร้อน ก็ให้กินมังคุดตามเข้าไปช่วยแก้ เพราะมังคุดเป็นของเย็น ส่วนอินทผาลัมแห้ง ถือเป็นของร้อน อินทผาลัมมีสรรพคุณร้อน ค่อนข้างมาก จึงไม่เป็นการดีที่จะรวมเอาของกินที่มีสรรพคุณร้อนกับร้อน หรือเย็นกับเย็นมารวมกัน
ประโยชน์ที่ได้รับจากอินทผาลัมมีอยู่ 2 ด้านคือ
1.       ประโยชน์ด้านโภชนาการ
ใน อินทผาลัมมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ซัลเฟอร์ เหล็ก โพแตสเซี่ยม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมแมงกานีส น้ำมันโอลาไดท์ ฯลฯ  อินทผาลัมมีเส้นใยมาก ซึ่งจะช่วยลดอาการท้องผูก ทำให้ย่อยง่ายให้พลังงานสูง ทำให้ร่างกายที่อ่นเพลียมีกำลังวังชาสู่สภาพเดิม นอกจากนี้ยังบำรุงกล้ามเนื้อมดลูกและสร้างน้ำนมให้กับผู้เป็นมารดาด้วย
2.       ประโยชน์ด้านการรักษาโรค
อิน ทผาลัมช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา ลดความหิวโหย แก้กระหาย แก้โรควิงเวียนศรีษะช่วยลดเสมหะ ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูง นกอจากนี้ยังฆ่าเชื้อโรค พยาธิและสารพิษที่ตกค้างในสำไส้ และระบบทางเดินอาหาร เพราะอินทผาลัมมีฤทธิ์ในการกำจัดสารพิษและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค อันเป็นสารก่อมะเร็งในช่องท้อง
ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า เรื่องราวของอินทผาลัมได้ถูกกล่าวไว้อย่างมาก ทั้งในคัมภีร์อัลกุรอานและอัลฮาดิษ นั่นย่อมหมายถึงความสำคัญของผลอินทผาลัม นั้นย่อมมีมากจริง และคงไม่ได้มากเฉพาะในด้านของประโยชน์ทางโภชนาการและประโยชน์ด้านการรักษา โรคเท่านั้น เพราะทุกวันนี้อินทผาลัมได้สร้างมูลค่าทางการส่งออก ให้กับประเทศมุสลิมหลายประเทศ อีกทั้งยังได้สร้างงานให้กับพี่น้องมุสลิมที่ทำการค้าขายจำนวนมากเช่นกัน และเมื่อได้รับทราบถึงคุณประโยชน์ที่มากมายมหาศาลของอินทผาลัมแล้ว ทำให้อดรู้สึกเสียดายในหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับการที่พี่น้องมสุลิม ส่วนใหญ่ยังไม่ได้นำคุณประโยชน์เหล่าน้นมาใช้กันอย่างคุ้มค่า ตามคำสอนของท่านศาสดามูฮำหมัด ซอลลัลลอฮูอาลัยฮิวาซัลลัม  และจากการค้นพบด้านการแพทย์จากนักวิชาการ เรายังให้ความสำคัญกับอินทผาลัมน้อยมาก เรามุ่งบริโภคเฉพาะเดือนรอมฎอน และการบริโภคมิได้เป็นไปตามแบบอย่างที่ท่านศาสดา ซอลลัลลอฮูอาลัยฮิว่าซัลลัมได้ปฏิบัติไว้ เราไปให้ความสำคัญกับอาหารและผลไม้อื่นๆ ซึ่งมีประโยชน์ที่น้อยและราคาแพงกว่า และที่เป็นตัวอย่างหรืออีกบทพิสูจน์หนึ่งที่ให้เห็นว่ามุสลิมผู้ศรัทธา ยังมิได้รับฮิกมะฮฺของอัลลอฮฺ ซุบฮาน่าฮูว่าตาอาลา จากสิ่งที่พระองค์ได้ประทานมา

http://www.alkawthar.or.th/main/content.php?page=sub&category=6&id=68

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น