วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

วันนี้แบ่งให้เช่าบ้านรายเดือนไปหนึ่งหลัง


Pai forest ยังอารมณ์ป่า ๆ เหมือนเดิม  ต่อน้ำปะปาภูเขาแล้ว  แต่ไฟยังไม่มี
ต้นไม้ ที่เห็นคือมันล้มเมื่อลมแรงตอนฝนที่แล้ว  อีกต้นหลังบ้านนี้อายุมาก  หักโค่นเอง  แตกแยกออกไป  ยังดีที่ไม่โดนบ้าน  เฉี่ยวมุมหลังคาไม่นิดหน่อยพอเห็นได้ว่าแหว่งไป
วันนี้คนเช่าน่าจะเริ่มขนของมา  ได้ค่าเช่าเป็นค่าจ้างตัดหญ้า  ค่าดูแล  จะได้ไม่ต้องควักกระเป๋า
ที่ดีใจอีกอย่างก็คือ  ช่วงแล้ง  เราอยู่ข้างป่า  กลัวเรื่องไฟ  มีคนอยู่ก็ดี
คนมาเช่าเตรียมไปซื้อเมล็ดผักและดอกไม้แล้ว   ไปครั้งต่อไปน่าจะงาม
ไม่ได้ตั้งบล๊อกเสียนาน  ช่วงนี้อยู่บ้านคงทยอยลงอะไรให้ดูครับ
การบ้านเก่า ๆ ส่วนมากถูกถากถางไปเกือบหมด  นอกจากที่ปลูกรวมอยู่เป็นกลุ่ม  ไม่ต้องอะไรมาก  มะนาว  กับฝรั่ง  ยังโดนตัดไปด้วย  
ครั้งต่อไปต้องทำอะไรล้อมให้ชัดเจนด้วยแล้ว

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เกาลัค [kawˈlát] และ กาแฟสดชงแบบไม่ใช้เครื่อง [ forest fresh coffee]

เกาลัค [kawˈlát] และ กาแฟสดชงแบบไม่ใช้เครื่อง [ forest fresh coffee] เป็นอาหารว่างยามเช้าต่อจากถั่วศุภโชค  กะทะที่ผ่านมาแค่อุ่นเครื่อง
จากนั้นมีการเดินชมสถานที่  ข้าง ๆ นั้นมีต้นกล้วยหอมเตี้ย  เพิ่งแตกปลีมานี่แหละ  ดูใหญ่มาก ๆ
เดินออกไปเยี่ยมชมเพื่อนบ้านญี่ปุ่นที่อยู่ติดกัน  แกเลอรี่วันนี้ปิด  เลยดูแต่บ้านและถังอาบนี้อุ่น  เป็นถัง  200 ลิตรมาทาสี  วางบนหิน  ก่อไฟข้างล่างแล้วคนลงไปแช่  ก็จะเป็นการอาบน้ำแบบญี่ปุ่นแล้ว
แต่ผมว่าอารมณ์มันคล้าย ๆ กระทะทองแดงหรือคนป่าต้มคนกินมากกว่า
ก่อนกลับ พี่จุ๋มกับแฟนอาบน้ำที่ลำรางหน้าบ้าน  ดูจะสนุกกันมาก  ตรงนี้อาบสะใจกว่าลำธารข้างล่างเยอะ  แต่ลำธารได้อารมณ์สบาย ๆ ดี

บ้านข้างบนในภาพวันนี้พักไม่ได้เพราะกำลังเพิ่มระเบียงชมดาว  รอบหน้าใครไปก็นั่งเล่นได้สบายแล้ว  ชมดาว  ชมป่า  ชมตะวัน  ชมทุ่งนา  หรือว่าชมหิ่งห้อยตอนกลางคืน

ต้นศุภโชคข้างบ้านหลังที่สอง [Malabar chestnut, Guiana chestnut, provision tree, saba nut ]

สูงมาก เท่า ๆ กับบ้านเลย  ต้นที่บังต้นมะพร้าวอยู่ข้างบ้านทางขวานั่นแหละครับ  ค้นดูภาพแล้ว  ยังไม่เคยถ่ายใกล้ ๆ ไว้เลย  เอาไว้โอกาสหน้าค่อยเก็บภาพมาฝาก
ต้นเล็ก ๆ มีช่วงหนึ่งเขานิยมปลูกใส่กระถางและดัดเป็นรูปทรงสวยงามขายกันกระถางละหลาย ตังเหมือนกัน  เวลาออกดอกหอมพอสมควร  อยู่ในบ้านก็ได้กลิ่น

ภาพสามารถคลิกที่ภาพให้แสดงเป็นภาพใหญ่ได้นะครับ


ศุภโชค มีชื่อเป็นทางการว่า   Pachira aquatica หรือที่รู้จักกันอีกหลายชื่อ Malabar chestnut, Guiana chestnut, provision tree, saba nut, Monguba (Brazil), Pumpo (Guatemala)

ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพมันไว้  ต่อไปมีดอกมีผลจะเก็บภาพไว้ให้ดูครับ  รอบนี้เก็บกินอย่างเดียวก่อน

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ปาย 2012 Feb 4 เช้า ๆ คั่วถั่วศุภโชค


เดือนนี้กรุงเทพร้อนแต่ที่นี่ยังหนาว
เช้าวันนี้ก่อกองไฟเล็ก ๆ ข้างทางเดิน
ถั่วศุภโชค เก็บมาจากข้างบ้านที่สอง  ตอนแรกว่าจะตัดแล้ว แต่ช่างไม้ที่ทำบ้านบอกว่ากินได้ก็เลยเอาไว้  ชื่อก็ดีด้วย  วันนี้เพื่อนมาเที่ยวบ้านก็เลยพากันไปเก็บเมล็ดใต้ต้นมาคั่วกิน

Pachira aquatica is a tropical wetland tree of the genus Pachira, native to Central and South America where it grows in swamps. It is known by the common names Malabar chestnut, Guiana chestnut, provision tree, saba nut, Monguba (Brazil), Pumpo (Guatemala) and is commercially sold under the name money tree and money plant. It is classified in the subfamily Bombacoideae of the family Malvaceae. Previously it was assigned to Bombacaceae.
                                        http://en.wikipedia.org/wiki/Pachira_aquatica

พี่จุ๋มและแฟนมาจาก Sweden part 1

ลำธารเล็ก ๆ จากน้ำตกหัวช้าง  ใหลผ่านที่ตรงนี้  สำหรับเดือนกุมภาพันธ์  ช่วงแล้ง ปลาย ๆ หนาว ก็ยังพออาบได้
ตอนแรกผมก็กังวลใจอยู่ว่า ฝรั่งมาจะลำบากเรื่องอาบน้ำหรือเปล่า  แต่ก็ผ่านวันแรกไปด้วยดี
อากาศเดือนนี้ไม่หนาว  กลางคืนกำลังสบาย ๆ
มีที่นอนให้  แต่ไม่มีมุ้งให้ เพราะแถวนี้ไม่มียุง

อาหารทำกินกันง่าย ๆ ครัวเล็ก ๆ แบบเปิดเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ
ระเบียงนี้กว้างสองเมตรกว่า ๆ ตอนแรกทำก็เสียดายเงินอยู่
แต่พอมีแขกมา  มันได้ใช้เป็นที่นั่งอย่างนี้
ค่อย ๆ สร้าง ค่อย ๆ ทำกันไปทำละเล็กทีละน้อย
to be continue in part 2

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

มะรุม พืชมหัศจรรย์

มะรุม เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณในหลายด้าน เช่น ราก จะมีรสเผ็ด หวาน ขม แก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุ เปลือก จะมีรสร้อน ช่วยขับลม ใบ ช่วยแก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบ ดอก ช่วยบำรุงร่างกาย ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา ฝัก รสหวาน แก้ไข้หรือลดไข้ เป็นต้น
ส่วนที่ใช้ : เปลือกต้น ราก ฝัก ใบ เนื้อในเมล็ด
สรรพคุณ :

ฝัก  -  ปรุงเป็นอาหารรับประทานแก้ไข้หัวลม   
                                                                                                                                  เปลือกต้น - มีรสร้อน รับประทานเป็นยาขับลมในลำไส้ ทำให้ผายหรือเรอ คุมธาตุอ่อนๆ (ตัดต้นลมดีมาก)
ราก - มีรสเผ็ด หวานขม แก้บวม บำรุงไฟธาตุ มีคุณเสมอกับกุ่มบก      - แก้พิษ ฝี แก้ปวด แก้อักเสบ
แพทย์ตามชนบท ใช้เปลือกมะรุมสดๆ ตำบุบพอแตกๆ อมไว้ข้างแก้ม แล้วรับประทานสุราจะไม่รู้สึกเมาเลย

จากประสบการณ์ เนื้อในเมล็ดมะรุม ใช้แก้ไอได้ดี ใบสดมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ มีแคลเซียม วิตามินซี แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก การรับประทานเนื้อในเมล็ด และใบสดเป็นประจำสามารถเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายได้
ข้อควรระวัง ในคนที่เป็นโรคเลือด G6PD ไม่ควรรับประทาน
"มะรุม" มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Moringa oleifera Lam. วงศ์ Moringaceae เป็น พืชกำเนิดแถบใต้เชิงเขาหิมาลัย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่ถูกปลูกไว้ในบริเวณบ้านไทยมาแต่โบราณ กินได้หลายส่วน ทั้งยอด ดอก และฝักเขียว แต่ใครๆ ก็นิยมกินฝักมากกว่าส่วนอื่นๆ ต้นมะรุมพบได้ทุกภาคในประเทศไทย ทางอีสานเรียก ผักอีฮุม หรือผักอีฮึม ภาคเหนือเรียก มะค้อมก้อนชาวกะเหรี่ยงแถบกาญจนบุรีเรียก กาแน้งเดิง ส่วนชานฉานแถบแม่ฮ่องสอนเรียก ผักเนื้อไก่เป็นต้น
ผู้เฒ่าผู้แก่นิยมกินมะรุมในช่วงต้นหนาวเพราะเป็นฤดูกาลของฝัก มะรุม หาได้ง่าย รสชาติอร่อยเพราะสดเต็มที่ มีขายตามตลาดในช่วงฤดูกาล คนที่ปลูกมะรุมไว้ในบ้านเท่านั้นจึงจะมีโอกาสลิ้มรสยอดมะรุม ใบอ่อน ช่อดอกและฝักอ่อน ช่อดอกนำไปดองเก็บไว้กินกับน้ำพริก ยอดมะรุม ใบอ่อน ช่อดอก และฝักอ่อนนำมาลวกหรือต้ทให้สุก จิ้มกับน้ำพริกปลาร้า น้ำพริกแจ่วบอง กินแนมกับลาบ ก้อย แจ่วได้ทุกอย่าง หรือจะใช้ยอดอ่อน ช่อดอกทำแกงส้มหรือแกงอ่อมก็ได้
ส่วนอื่นๆ ของโลกจะใช้ใบมะรุมประกอบอาหารเช่นเดียวกับการใช้ผักขมฝรั่ง หรือปรุงเป็นซอสข้นราดข้าวหรืออาหารแป้งอื่นๆ นอกจากนี้ ใช้ใบตากแห้งป่นเก็บไว้ได้นานโรยอาหาร เช่นเดียวกับที่ภูมิปัญญาอีสานจังหวัดสกลนครใช้ใบมะรุมแห้งปรุงเข้าเครื่อง ผงนัว กับสมุนไพรอื่นไว้แต่งรสอาหารมาแต่โบราณ ส่วนฝักอ่อนปรุงอาหารเหมือนถั่วแขก
คุณค่าทางอาหารของมะรุม
มะรุมเป็นพืชมหัศจรรย์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด กล่าวถึงในคัมภีร์ใบเบิ้ลว่าเป็นพืชที่รักษาทุกโรค
ใบ มะรุมมีโปรตีนสูงกว่านมสด 2 เท่า การกินใบมะรุมตามชนบทของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศโลกที่ 3 เป็นการเพิ่มโปรตีนคุณภาพสูงราคาถูกให้กับอาหารพื้นบ้าน
นอกจากนี้ มะรุมมีธาตุอาหารปริมาณสูงเป็นพิเศษที่ช่วยป้องกันโรค นั่นคือ

วิตามินเอ                          บำรุงสายตามีมากกว่าแครอต 3 เท่า
วิตามินซี
                        ช่วยป้องกันหวัด 7 เท่าของส้ม
แคลเซียม
        บำรุงกระดูกเกิน 3 เท่าของนมสด
โพแทสเซียม
   บำรุงสมองและระบบประสาท 3 เท่าของกล้วย
ใยอาหารและพลังงาน
  ไม่สูงมากเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
น้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุม
 มีองค์ประกอบคล้ายน้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
จากอาหารมาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นผลิตชาใบ มะรุมออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้แก้ไขปัญหาโรคปากนกกระจอก หอบหืด อาการปวดหูและปวดศรีษะ ช่วยบำรุงสายตา ระบบทางเดินอาหาร และช่วยระบายกาก
ประเทศ อินเดีย หญิงตั้งครรภ์จะกินใบมะรุมเพื่อเสริมธาตุเหล็ก แต่ที่ประเทศที่ฟิลิปปินส์และบอสวานาหญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมจะกินแกงจืดใบ มะรุม (ภาษาฟิลิปปินส์ เรียก
มาลังเก”) เพื่อประสะน้ำนมและเพิ่มแคลเซียมให้กับน้ำนมแม่เหมือนกับคนไทย
ประโยชน์ของมะรุม
1.ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดได้เป็นอย่างดี
2.ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
3.รักษาโรคความดันโลหิตสูง
4.ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อ
HIV นอกจากนี้ถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้งยังช่วยให้คนทั่วๆไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง
5.ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ การรักษาโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศแอฟริกา
6.ถ้า รับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง แต่ถ้าหากเป็นก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์แผนปัจจุบัน
หากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่แข็งแรง
7.ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม
8.รักษา โรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น หากรับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์
9.รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง ท้องเสีย ท้องผูก โรคพยาธิในลำไส้
10.รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ
11.เป็นยาปฏิชีวนะ

น้ำมันมะรุมสรรพคุณ..ใช้หยอดจมูกรักษาโรค ภูมิแพ้ ไซนัสโรคทางเดินหายใจ ใช้หยอดหูฆ่าและป้องกันพยาธิในหู รักษาอาการเยื่อบุหูอักเสบ รักษาโรคหูน้ำหนวก ใช้ทาผิวหนังรักษาโรคผิวหนังจากเชื้อราและเชื้อไวรัส รักษาโรคเริม งูสวัด รักษาและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ใช้ทารักษาแผลสด หูด ตาปลา ใช้ถูนวดบรรเทาอาการบริเวณที่ปวดบวมตามข้อ รักษาโรคไขข้ออักเสบ เก๊าท์ รูมาติก เป็นต้น
ชะลอความแก่
กล่าวกันว่ามะรุมมีฤทธิ์ชะลอ ความแก่ เนื่องจากยังไม่พบรายงานการวิจัยเกี่ยวกับมะรุมในด้านนี้ คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจากมะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญคือ รูทินและเควอเซทิน (
rutin และ quercetin) สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก (lutein และ caffeoylquinic acids) ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่างๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ และหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอการเสื่อมสภาพในเซลล์ร่างกาย
ฆ่าจุลินทรีย์ สารเบนซิลไทโอไซยาเนตโคไซด์ และเบนซิลกลูโคซิโนเลตค้นพบในปี พ.ศ. 2507 จากมะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู
ปัจจุบันหลังจากค้นพบแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร
Helicobactor pylori กำลังมีการศึกษาสารจากมะรุมในการต้านเชื้อดังกล่าว
การป้องกันมะเร็ง
สารเบนซิลไทโอไซยาเนตไกลโคไซด์ชนิดหนึ่งและสารไนอาซิไมซิน (
niazimicin) จากมะรุมสามารถต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสารฟอบอลเอสเทอร์ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
การ ทดลองในหนูพบว่าหนูที่ได้รับฝักมะรุมเป็นอาการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังจากการ กระตุ้นน้อยกว่ากลุ่มทดลอง โดยกลุ่มที่กินมะรุมเนื้องอกบนผิวหนังน้อยกว่ากลุ่มควบคุม


ฤทธิ์ลดไขมันและคอเลสเทอรอล
จากการทดลอง 120 วัน ให้กระต่ายกินฝักมะรุม วันละ 200 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวันเทียบกับยาโลวาสแตทิน 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวันและให้อาหารไขมันมาก

ใบมะรุม 100 กรัม  (คุณค่าทางโภชนาการของอาหารอินเดีย พ.ศ. 2537)
พลังงาน
           26 แคลอรี
โปรตีน
             6.7 กรัม (2 เท่าของนม)
ไขมัน
               0.1 กรัม
ใยอาหาร
           4.8 กรัม
คาร์โบไฮเดรต
     3.7 กรัม
วิตามินเอ
           6,780 ไมโครกรัม (3 เท่าของแครอต)
วิตามินซี
           220 มิลลิกรัม (7 เท่าของส้ม)
แคโรทีน
           110 ไมโครกรัม
แคลเซียม
         440 มิลลิกรัม (เกิน 3 เท่าของนม)
ฟอสฟอรัส
         110 มิลลิกรัม
เหล็ก
               0.18 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม
       28 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม
       259 มิลลิกรัม (3 เท่าของกล้วย)
ทั้งนี้ กลุ่มที่กินมะรุมและยามีคอเลสเทอรอลฟอสโฟไลพิด ไตรกลีเซอไรด์ VLDL LDL ปริมาณคอเลสเทอรอลต่อฟอสโฟไลพิด และ atherogenic index ต่ำลง ทั้ง 2 กลุ่มมีการสะสมไขมันในตับ หัวใจ และหลอดเลือดแดงใหญ่ (เอออร์ตา) โดย
กลุ่ม ควบคุมปัจจัยด้านการสะสมไขมันในอวัยวะเหล่านี้ไม่มีค่าลดลงแต่อย่างใด กลุ่มที่กินมะรุมพบการขับคอเลสเทอรอลในอุจจาระเพิ่มขึ้น ผู้วิจัยจึงสรุปว่าการกินมะรุมมีผลลดไขมันในร่างกาย
ที่ประเทศอินเดียมี การใช้ใบมะรุมลดไขมันในคนที่มีโรคอ้วนมาแต่เดิม การศึกษาการกินสารสกัดใบมะรุมในหนูที่กินอาหารไขมันสูงมีปริมาณคอเลสเทอร อลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้กลุ่มทดลองมีปริมาณไขมันในตับและไตลดลง
สรุปว่าการให้ใบมะรุมเพื่อลดปริมาณไขมันทางการแพทย์อินเดียสามารถวัดผลได้ในเชิงวิทยาศาสตร์จริง

ฤทธิ์ป้องกันตับ
งานวิจัยการให้สารสกัดแอลกอฮอล์ของใบมะรุม กรณีทำให้ตับหนูทดลองเกิดความเสียหายโดยไรแฟมไพซิน พบว่าสารสกัดใบมะรุมมีฤทธิ์ป้องกันตับ โดยมีผลกับระดับเอนไซม์แอสาเทตอะมิโนทรานสเฟอเรส อะลานีน
ทรานมิโนทราน สเฟอเรส อัลคาไลน์ฟอสฟาเทส และบิลิรูบินในเลือด และมีผลกับปริมาณไลพิดและไลพิดเพอร์ออกซิเดสในตับ โดยดูผลยืนยันจากการตรวจชิ้นเนื้อตับ สารสกัดใบมะรุมและซิลิมาริน (
silymarin กลุ่มควบคุมบวก) มีผลช่วยการพักฟื้นของการถูกทำลายของตับจากยาเหล่านี้

เอกสารอ้างอิง:

Nature’s Medicine Cabinet by Sanford Holst
The Miracle Tree by Lowell Fuglie
LA times March 27th 2000 article wrote by Mark Fritz. WWW.PUBMED.GOV. (Search for Moringa) (Antiviral Research Volume 60, Issue 3, Nov. 2003, Pages 175-180: Depts. of Microbiology, Pharmaceutical Botany, Pharmacology, Faculty of Pharmaceutical Science, Chulalongkorn University, Bangkok.
นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 29 ฉบับที่ 338 มิถุนายน 2550

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

2012 ครบรอบหนึ่งปี เริ่มเพิ่มบรรยากาศให้เป็นรีสอร์ท

หลังจากฝากเงินผ่านเพื่อนบ้านข้าง ๆ จ่ายค่าช่างและวัศดุก่อสร้าง  ได้มีการยักเงินไปบางส่วน  ห้าพันแรกเอาไปแล้วบอกว่ายืมก่อน  ส่วนหลังจากนั้นทำเป็นไม่รู้เรื่อง
 
ตอนนี้บ้านพักได้แล้ว  ไปดูเองสั่งเองได้  จ่ายเงินกับอ้วนและโอนเงินไปเมื่อต้องใช้จ่ายเพิ่ม
11 ม.ค. 2012

สั่งทำสะพานเดินระหว่างบ้านทั้ง
สองหลังกับห้องน้ำ ไปคราวหน้าได้ใช้แล้ว
นึกถึงสะพาน รู้สึกสะดวกสบายขึ้นมาก อยากได้เป็นบ้านที่รู้สึกสะดวกและ ผ่อนคลายมาก ๆ ไม่ได้อยากให้เป็นบ้านสวนแบบประหยัด
และจะทำระเบียงบ้านแรก เป็นระเบียงชมดาว ระเบียงไม่้กว้าง ๆ นอกชาน ที่ไม่มีหลังคา
ดูดาว หิ่งห้อย อาบแดด ตากผ้าห่ม แล้วแต่จะใช้อะไร
 
17 ม.ค. 2012
ส่งเงิน 14000 บาทเป็นค่าไม้
งวดนี้เปลี่ยนเป็นส่งไปที่ลา เมียช่างที่ทำบ้าน

เริ่มทำระเบียงท้าย ๆ วันที่ไปต้นเดือน ก.พ.   ให้ไว้อีกหมื่นห้าพัน ทำสะพานเดินจากบ้านมาห้องน้ำ ใหญ่ ๆ ตรงกลางเป็นที่นั่งได้หว้าง ๆ เลย และทำตู้ใส่ของสำหรับครัว
 
ส่งอีกหกพันวันก่อนที่ไปเซนทรัลแจ้ง  ไปโอนเบอร์ทรูเป็นเอไอเอส
20 ก.พ. 2555 
และเมื่อวานอีกเจ็ดพันเพราะไม้ขาย เมื่อวานเริ่มทำประตูรั้วแล้ว